Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เสาร์ :

09.00 - 12.00 น.

เราช่วยคุณได้

@firststartravel

Travel License : 11/10334

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

สายมูต้องไม่พลาด กับ 7 วัดดังแห่งฮ่องกง

สายมูต้องไม่พลาด กับ 7 วัดดังแห่งฮ่องกง

21

Feb

ฮ่องกง

สายมูต้องไม่พลาด กับ 7 วัดดังแห่งฮ่องกง

อีกหนึ่งประเทศที่เดินทางไปเที่ยวค่อนข้างง่าย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง ดิสนีย์แลนด์ อ่าววิกตอเรีย และอื่นๆอีกมากมาย ปฎิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่า วัดต่างๆในฮ่องกงนั้นก็น่าไปเช่นกัน โดยเฉพาะสายมูเตลูนี่ บอกเลยว่า ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง นอกจากตัววัดต่างๆนั้นจะสวยงามตระการตา เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังแล้ว ยังมีเครื่องรางยอดนิยมที่ไม่แพ้ญี่ปุ่นเลยทีเดียว ว่าแล้ว กราบสักการะงามๆแล้วตามไปดูกันเลย กับ 7 วัดดังแห่งฮ่องกง ถ้าไม่ไปก็จะเสียดายทีหลัง

วัดแชกงหมิว " วัดกังหันลม "

    วัดยอดนิยมของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ให้ความเลื่อมใสมาอย่างยาวนาน แต่เดิมนั้นวัดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงนักรบราชวงศ์ซ่ง โดยตำนานกล่าวว่า นักรบเอก " แช กง " แม่ทัพนั้น มักจะนำสัญลักษณ์กังหัน 4 ใบพัดเพื่อต้านกองทัพข้าศึก เหล่าไพร่พลทหารเชื่อว่า สัญลักษณ์กังหันลมนั้นช่วยให้โชคดี มีอำนาจ ส่งเสริมกำลังใจแก่ทหาร  ชื่อเสียงก็เลยเป็นที่เลื่องลือจนถึงทุกวันนี้
    เวลาที่ทุกคนเข้ามาที่วัด จึงมักที่จะเข้ามาหมุนกังหันลม เพราะมีความเชื่อว่า กังหันลมจะพัดพาแต่สิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคล แก้ปีชง และก่อนออกจากวัดจะต้องตีกลองเพื่อความเป็นสิริมงคล

ความหมายของใบพัดทั้ง 4

 ดึงดูดในสิ่งที่ดี พัดพาสิ่งไม่ดีออกไป
  ใบที่ 1 เดินทางปลอดภัย
  ใบที่ 2 สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว
  ใบที่ 3 โชคลาภ เงินทองไหลมา เทมา
  ใบที่ 4 คิดอะไร ให้สมพรปราถนา

     กังหันวัดแชกงหมิวนั้นขึ้นชื่อลือชา เป็นที่กล่าวขานในเรื่องแก้ชง เมื่อบูชากังหันวัดแชกงหมิวมาแล้ว ให้นำไปวนด้านบนกระถางธูป 3 รอบ ตามเข็มนาฬิกา แล้วหยิบผงธูปมาโรยด้านบนของกังหัน ก่อนใส่ให้ใส่ตามวันเกิด ดังนี้

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          ควรใส่ครั้งแรกในวันพฤหัส
ผู้ที่เกิดวันจันทร์            ควรใส่ครั้งแรกในวันพุธกลางวัน
ผู้ที่เกิดวันอังคาร           ควรใส่ครั้งแรกในวันศุกร์
ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน   ควรใส่ครั้งแรกในวันจันทร์
ผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน   ควรใส่ครั้งแรกในวันเสาร์
ผู้ที่เกิดวันพฤหัส           ควรใส่ครั้งแรกในวันอาทิตย์
ผู้ที่เกิดวันศุกร์              ควรใส่ครั้งแรกในวันอังคาร
ผู้ที่เกิดวันเสาร์             ควรใส่ครั้งแรกในวันพุธกลางคืน

วัดเจ้าแม่กวนอิมชีซ่าน

    มาต่อกันที่วัดชีซ่าน ในบริเวณโดยรอบวัดนั้นไม่ว่าจะมองมุมในของตัววัด ก็จะเห็นพระโพธิ์สัตว์กวนอิมองค์ใหญ่เป็นอับดับ 2 ของโลก กับความสูงกว่า 76 เมตร โอ้วว!  มองจากอีกฟากฝั่งยังเห็นอย่างชัดเจน ถือว่าเป็นอันซีนของที่นี่กันเลยทีเดียว ถ้าใครจะมาต้องระวังเรื่องการเข้าสถานที่และเวลาด้วย เพราะที่นี่จำกัดผู้เข้าชมต่อวัน และใช้เวลาเดินทางพอสมควรอย่าลืมนัดแนะกันดีๆก่อนจะมาที่วัดแห่งนี้ โดยวัดแห่งนี้ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐีชื่อดังนามว่า ลีกาชิง โดยตั้งใจจะทำให้เป็นสถานที่สำหรับคนทั่วไปเข้าถึงหลักธรรมของศาสนา เงียบสงบ ปราศจากความวุ่นวาย พร้อมด้วยวิวทะเลกว้่งทำให้ดูสงบ ร่มรื่น 
     นอกจากจะนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ ที่เก็บวัตถุโบราณเกี่ยวกับพุทธศาสนาเอาไว้ให้ได้ชมกันอีกด้วยค่ะ โดยจะอยู่ที่บริเวณใต้ฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิมนั่นเองค่ะ ภายในจะมีพระพุทธรูปแต่ละที่ทั่วโลกในรูปแบบที่ต่างกันไป ซึ่งทั้งหมดก็สวยงามในแบบที่ไม่เหมือนกัน

การลงทะเบียนเข้าชมวัด

เข้าไปที่เว็บไซต์ คลิ๊กได้เลย  อย่าลืมเลือกเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษด้วย (อยู่ตรงมุมขวาบน)
อ่านข้อตกลง แล้วกดยอมรับ
กดเลือกจำนวนผู้เข้า โดยไม่ต้องนับรวมตัวเรา (เช่น ไป 4 คน ให้กดเลข 3) แล้วกรอกข้อมูลอย่างละเอียดตามขั้นตอนที่ระบุ
เลือกวันที่จะเข้าชม โดยทางวัดจะเปิดให้จองล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน
เลือกเวลาที่ต้องการเข้าชม (ทางวัดจะกำหนดเวลาเข้า แต่จะอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ เพียงแค่ออกก่อนเวลาวัดปิดเท่านั้น)
กรอกข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด
เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางวัดจะส่ง Booking Confirmation มาให้ทาง E-mail เราก็พิมพ์ Booking Confirmation เพื่อนำไปยื่นก่อนเข้าชมวัด เป็นการยืนยันสิทธิ์ในการเข้าชม

วัดหวังต้าเซียน ขอเนื้อคู่กับ วัดด้ายแดง

    วัดยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง ผู้ที่เลื่อมใสศัทธา จะมา ขอพรเรื่องสุขภาพ กับ หวังต้าเซียน เสริมดวงชะตา หรือ แก้ปีชง ที่ วิหารไท้ส่วยเอี๊ย ห้องลับ หวังต้าเซียน ขอเนื้อคู่ ไหว้พระสละโสด ที่ เทพจันทรา หรือ ด้ายแดง หวังต้าเซียน หลายๆ คนมา ขอคู่ ฮ่องกง ก็สำเร็จกันไป วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถนนหวังต้าเซียน ย่านชักอัน ของ เกาะฮ่องกง ค่ะ ซึ่งเป็น วัดดัง ในเรื่องของการไหว้ขอพรองค์เทพเจ้านั่นเอง อีกทั้งอาคารของวัดก็มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ได้รับอิทธิพลมาจาก ลัทธิเต๋า ศาสนาพุทธ และขงจื้อ ในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์นั้น คนส่วนใหญ่จะนิยมมาไหว้ขอพรในทุกๆ เรื่อง เพราะมีองค์พระมากมายเลยทีเดียว 
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ เทพเจ้าหยุคโหลว หรือ เทพเจ้าแห่งความรัก ที่เราเรียกกันว่า เทพเจ้าด้ายแดง ค่ะ เป็นพิกัดที่หลายๆ คนมักจะไปขอความรักจากท่านกัน นอกจากที่เราจะต้องเอาด้ายแดงมาพันมือนิ้ว ตามป้ายที่แนะนำข้างหน้าแล้ว ไกด์นำเที่ยวคนฮ่องกงบอกมาว่าถ้าเป็นผู้หญิงอย่างเราอยากได้แฟน ก็ต้องไปผูกด้ายที่รูปปั้นผู้ชายค่ะ และพอไหว้เสร็จแล้วก็อย่าลืมหยอดทำบุญใส่ตู้ไปด้วย ตามความเชื่อแล้วนั้น เทพเจ้าหยุคโหลว หรือ ผู้เฒ่าแห่งดวงจันทร์ (The Old Man from The Moon) เป็นเทพเจ้าแห่งความรัก และการแต่งงาน เชื่อกันว่าสมุดที่ผู้เฒ่าถือในมือ คือบัญชีรายชื่อคู่รักที่จะได้รับคำอวยพรให้อยู่คู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขค่ะ เทพเจ้าจะลงมาโลกมนุษย์เพื่อผูกด้ายแดงแห่งดวงชะตาระหว่างคู่รัก ซึ่งเมื่อคู่กันแล้วก็จะไม่แคล้วคลาดกัน โรแมนติกสุดๆ ไปเลย

วัดโป่หลิน

    ต่อกันที่วัดพระใหญ่อีกวัดของฮ่องกง นั่นก็คือวันโป่หลินแห่งเกาะลันเตา คนฮ่องกงเชื่อว่า ถ้าใครที่ได้มานมัสการ สักการะจะนำซึ่งความสุขในชีวิต ประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ด้านในตัววัดนั้นจะมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่เรียกว่า พระเทียนถาน ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางภูเขา กับความสูงขององค์พระที่สูงถึง 34 เมตร ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการท่องเที่ยว และการเดินทางขึ้นไปสักการะนั้นก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เช่นกัน เพราะต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้า ระหว่างทางท่านจะได้พบกับวิวเกาะฮ่องกงสวยๆ อีกทั้งเมื่อขึ้นไปถึงจะไดเ้ห็นวิวแบบ 360 องศากันเลยทีเดียวเชียว

วัดเจ้าแม่กวนอิมทินหัว

     วัดเจ้าแม่กวนอิมทินหัว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบริเวณหาดรีพัลส์เบย์ หนึ่งในชายหาดไม่กี่แห่งของฮ่องกงซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆตามความเชื่อของชาวจีน เช่นเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม และพระสังขจาย นอกจากนี้ยังมีจุดพิเศษที่ให้ผู้คนมาขอพรเช่นสะพานอายุยืน และเทพเจ้าแห่งความรัก จึงทำให้เป็นวัดที่ได้รับความนิยมทั้งสำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงชาวฮ่องกงเอง ตั้งอยู่ที่หาดรีพัลส์เบย์ เกาะฮ่องกง

      คำว่า “ทินหัว” ในภาษจีนนั้นหมายถึงเจ้าแม่ทับทิม หรือราชินีแห่งสวรรค์และเทพธิดาแห่งท้องทะเล และเนื่องจากวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของชาวฮ่องกงในอดีตนั้นมีความเกี่ยวพันกับท้องทะเลอย่างมาก ทั้งชาวประมง พ่อค้า นักเดินทาง ต่างก็กราบไหว้บูชาเจ้าแม่ทับทิมก่อนออกเดินทางในทะเลเพื่อให้ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง ทั้งหมดนี้จึงทำให้ในฮ่องกงนั้นจึงมีการสร้างวัดทินหัวขึ้นมากมายหลายแห่งในย่านต่างๆ รวมถึงในบริเวณหาดริพัลส์เบย์เช่นกัน

วัดหมั่นโหมว

     วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณย่านเชิงหว่าน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1847 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำฮ่องกงอีกด้วยนะ โดยวัดแห่งนี้เป็นวัดพุทธลัทธิเต๋า ซึ่งมีการบูชาเทพเหวินชางตี้จวิน เป็นเทพแห่งตัวอักษร และเทพเจ้ากวนอู เทพแห่งสงครามที่เป็นที่นิยมของนักเรียน นักศึกษาอย่างมาก เพราะเชื่อว่าหากขอพรเกี่ยวกับการสอบมักจะสำเร็จ ไฮไลท์ของวัดแห่งนี้อีกอย่างก็คือผู้ที่มาไหว้มักจะนำธูปวงแขวนไว้บริเวณเบดานซึ่งต่างจากที่อื่น ๆ ดังนั้นเราจะได้กลิ่นหอมของธูปก่อนจะเดินเข้าตัววัดซะอีก

          ประวัติ

             วัดหมั่นโหมว เป็นวัดเล็กๆ ทว่าศักดิ์สิทธิ์และมีความสวยงามดุจภาพวาด เป็นวัดที่คนฮ่องกง โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษานิยมมาสักการะขอพร วัดหมั่นโหมวมีสาขาหลายแห่งทั่วฮ่องกงรวมถึงยังมีอีกหลายแห่งทั่วประเทศจีน วัดหมั่นโหมวเป็นวัดที่สร้างขึ้นสำหรับสักการบูชาเทพเจ้าหมั่นไตกวั้น เทพด้านบุ๋น ซึ่งเป็นเทพแห่งตัวอักษร โดยจะมีปากกาอยู่ในกำมือ และเทพเจ้าโหมวไตกวั้น หรือเทพเจ้ากวนอู เทพด้านบู๊ซึ่งเป็นเทพแห่งสงคราม โดยจะมีถือมีดอยู่ในมือ นักเรียน นักศึกษา ผู้ต้องการสอบจอหงวน ซึ่งเป็นระบบราชสำนักที่มีความเข้มงวด มักนิยมมากราบไหว้ขอพรที่วัดนี้กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

           วัดหมั่นโหมว ที่ย่าน Sheung Wan เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดบนเกาะฮ่องกง และยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดหมั่นโหมวทั้งหมดในฮ่องกง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1847 โดยถ่ามอาฉ่อย และ โหล่อาไกว ต่อมาในปี ค.ศ. 1908 วัดได้ตกไปอยู่ภายใต้การดูแลของเครือโรงพยาบาลตุงหวา  ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ใหญ่ และ เก่าแก่ที่สุดในฮ่องกง ก่อนจะถูกขึ้นทะเบียนเป็นอาคารประวัติศาสตร์ในปี ค.ศ. 2009 และได้รับการอนุรักษ์ไว้ในฐานะอนุสรณ์สถานของฮ่องกง  

           ตัวอาคารของวัดหมั่นโหมวมีผนังสีขาวและหลังคากระเบื้องสีเขียว เป็นอาคารขนาดเล็กที่ถูกขนาบข้างด้วยตึกสูงทั้งสองด้าน ภายในบริเวณรั้วเดียวกันของวัดมีอีก 2 อาคาร คือ อาคาร Lit Shing Kung ที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพต่างๆ บนสรวงสรรค์ และอาคาร Kung Sor ซึ่งเป็นเหมือนหอประชุมของคนในชุมชน ภายในวัดจะมีการจุดธูปวงสีแดงเต็มเพดาน โดยธูปวงลักษณะนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์จึงจะเผาไหม้จนหมด ต่างจากธูปที่เป็นดอกทั่วไป ที่ด้านข้างมีกระดิ่งสำหรับขอพรอยู่ด้วย การได้หยุดพักอย่างสงบใต้ขดธูปขนาดใหญ่ที่แขวนเรียงรายอยู่เบื้องบนนั้น ถือเป็นอีกมุมหนึ่งที่สุข สงบ ท่ามกลางความแออัดจอแจของย่านธุรกิจการเงินบริเวณใกล้เคียงอย่างสิ้นเชิง

วัดนางชีฉีหลิน

     เป็นวัดพุทธนิกายมหายาน สร้างขึ้นเมื่อปี 1934 มีจุดเด่นคือถูกสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นการก่อสร้างแบบโบราณที่ไม่ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว ซึ่งเป็นเทคนิคแบบจีนที่สืบทอดมาจากราชวงศ์ถัง และยังเป็นสถานที่เดียวในฮ่องกงที่ถูกสร้างด้วยวิธีนี้ บ่งบอกว่าในยุคสมัยนั้นพุทธศาสนานั้นรุ่งเรืองมาก และนอกจากอาคารไม้แล้วภายในวัดยังสวยงามไปด้วยสวนดอกไม้ บ่อน้ำ คล้ายวัดของญี่ปุ่น แม้ภายในจะร่มรื่นแต่รอบวัดนั้นก็เป็นบรรยากาศของเมืองใหญ่ที่ดูกลมกลืนกันอย่างลงตัว
     วัดนางชีฉีหลิน เป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีเพียงแม่ชีพำนักอยู่ ภายในวัดมีอาคารไม้สวยๆ และสถานที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงมีสวนและสระบัวที่ให้ความสงบแก่ดวงวิญญาณ วัดมีขนาดใหญ่โตและสวยงามมาก ประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นวัด สำนักชี สวนจีน ที่พัก และร้านอาหารมังสวิรัติ ในบริเวณวัดมีวิหารอยู่รายรอบ 13 หลัง ด้านในสำนักชีนั้น จะประกอบไปด้วยอาราม 4 ทิศ โดยด้านรอบนอกวัดจะเป็นตึกสูงใหญ่ที่แสดงถึงความเป็นเมืองของฮ่องกง แต่ภายในวัดกลับเงียบสงบมากๆ ให้ความรู้สึกสงบร่มเย็นแก่ผู้ไปเยือน  อาคารหลักของวัดนั้นเป็นการก่อสร้างแบบโบราณที่ไม่ต้องใช้ตะปูเหล็กแม้แต่ตัวเดียว เป็นเทคนิคสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สืบทอดมาจากราชวงศ์ถัง เป็นสถานที่เดียวในฮ่องกงที่ถูกสร้างด้วยวิธีการนี้ บรรยากาศโดยรอบตกแต่งด้วย ต้นไม้บอนไซดัดได้รูปทรงสวยงาม ในกระถางดินเผา วัดนางชีฉีหลิน  เป็นอาคารและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีลักษณะเฉพาะแห่งหนึ่งในฮ่องกง ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติศาสนกิจสำหรับภิกษุณีผู้มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลก

จำนวนผู้เข้าชม 1,176 ครั้ง